• Welcome to ลงประกาศฟรี โพสฟรี โปรโมทเว็บ.
 

poker online

ปูนปั้น

BGRIM ลุยขยายกลุ่มลูกค้าอุตฯ-เดินหน้าเพิ่มสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับพันธมิตร

Started by Naprapats, November 11, 2022, 01:04:14 PM

Previous topic - Next topic

Naprapats


นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) เปิดเผยว่า ปัจจัยสนับสนุนผลการดำเนินงานในช่วง 12 เดือนข้างหน้าของ BGRIM คือ การปรับขึ้นของค่า Ft โดยในเดือน ก.ย.-ธ.ค.65 คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศปรับขึ้นอีก 0.6866 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็น 0.9343 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง บวกกับการเข้าซื้อกิจการอื่นๆ ในพอร์ตการลงทุน การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้า SPP เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเดิม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและประสิทธิภาพสูง การขยายฐานลูกค้า IU อย่างต่อเนื่อง และการควบคุมค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ ในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา BGRIM ยังได้ร่วมกับ แอร์ ลิควิด (ประเทศไทย) ลงนามสัญญาซื้อขายการรับรองสิทธิพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: REC) ซึ่งข้อตกลงของการรับรองดังกล่าว นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสนับสนุนรูปแบบการจัดหาพลังงานอย่างยั่งยืน สำหรับภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยอีกด้วย

นายฮาราลด์ ลิงค์ กล่าวว่า ในปีนี้ BGRIM ยังเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เมื่อเดือน ก.ย.65 Cleanergy ABP บริษัทร่วมของ อมตะ บี.กริม เพาเวอร์, SCG Cleanergy และ Amata Corporation ได้ร่วมลงนามสัญญาพันธมิตรทางธุรกิจกับ Amata Facility Services เพื่อสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ ในการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดสำหรับผู้ผลิตอุตสาหกรรมภายในนิคมอุตสาหกรรม อมตะ ซิตี้

และเมื่อเดือน มิ.ย. BGRIM และ EDL-Gen บริษัทย่อยของรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (Electricité Du Laos ? EDL) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อร่วมขยายการพัฒนาธุรกิจไฟฟ้า ประเภทพลังน้ำ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ระบบส่งและการจำหน่ายไฟฟ้า เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานสะอาดในเขตภูมิภาคอาเซียน

ส่วนความคืบหน้าของโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในปีนี้มีอีกหลายโครงการ ประกอบด้วย การก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้า SPP 4 โครงการ (ABP1R, ABP2R และ BGPM1&2R) เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเดิม กำลังผลิตไฟฟ้ารวมทั้งหมด 560 เมกะวัตต์ มีความคืบหน้า 91-98% มีกำหนดการ COD ในช่วงไตรมาส 4/65

นอกจากนี้ ยังมีการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้า SPP ใหม่อีก 2 โครงการ (BGPAT2 และ BGPAT3) กำลังผลิตไฟฟ้ารวม 280 เมกะวัตต์ มีความคืบหน้า 48-66% มีกำหนดการ COD ในปี 2566 และการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าแบบผสมผสาน อู่ตะเภา เฟสแรก มีความคืบหน้า 78% มีกำหนดการ COD ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 66

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/65 บริษัทมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 56.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก 1) ราคาขายไฟฟ้าต่อหน่วยให้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพิ่มขึ้นจากกลไกการส่งผ่านค่าเชื้อเพลิงตามราคาก๊าซธรรมชาติ และการขึ้นค่า Ft 2) การเติบโตอย่างต่อเนื่องของปริมาณไฟฟ้าที่ขายให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) ในประเทศ จากลูกค้ารายใหม่ จำนวน 33.4 เมกะวัตต์ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 65

3) การเพิ่มขึ้นของปริมาณไฟฟ้าที่ขายให้แก่ลูกค้า IU ในประเทศเวียดนาม หลังจากการล็อกดาวน์ในช่วงไตรมาส 3 ปีก่อน และ 4) การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม กำลังการผลิต 16 เมกะวัตต์ ในประเทศไทย เมื่อเดือน ส.ค.64

ด้านกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน-ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 25 ล้านบาท ลดลง 95.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาก๊าซธรรมชาติถึง 107.9% ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจกลุ่มลูกค้า IU ในประเทศ ซึ่งคิดเป็น 18% ของรายได้รวม

อย่างไรก็ตาม BGRIM และบริษัทย่อยแจ้งผลประกอบการไตรมาส 3/65 ขาดทุนสุทธิ 529.33 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิต่อหุ้น 0.24 บาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 447.47 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.13 บาท

"ลูกค้าอุตสาหกรรมยังคงเป็นปัจจัยหลักของรายได้ที่เติบโตขึ้น ทั้งจำนวนลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้น ราคาค่า Ft ที่ทยอยปรับขึ้น และปริมาณไฟฟ้าที่ขายแก่ลูกค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปริมาณไฟฟ้าที่ขายให้แก่ลูกค้า IU ในประเทศ ช่วง 9 เดือนแรกของปี 65 เพิ่มขึ้น 3.7% เป็น 2,581 กิกะวัตต์-ชั่วโมง บี.กริม เพาเวอร์ ยังคงขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีลูกค้ารายใหม่เชื่อมเข้าระบบตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าประมาณ 50-60 เมกะวัตต์ ในปี 2566" นายฮาราลด์ ลิงค์ กล่าว